5 บทบาท ที่ครูควรเลือกใช้ในการเรียนการสอน

5 บทบาท ที่ครูควรเลือกใช้ในการเรียนการสอน

5 บทบาท ที่ครูควรเลือกใช้ในการเรียนการสอน เมื่อก้าวเข้าสู่บทเรียน ครูจะต้องเข้าสู่บทบาท ในการจัดการเรียนการสอน ซึ่งแต่ละบทบาทนั้น ล้วนมีผลต่อบรรยากาศใรการเรียนของเด็กๆ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความตื่นเต้น การสร้างความสนุกเร้าใจ รวมถึงการมีส่วนร่วมในกิจจกรรมเล็กน้อยๆ เพียงแค่นี้ เราก็สามารถเป็นแรงจูงใจให้กับเด็กๆได้แล้วค่ะ และวันนี้เราจะพาคุณครูมาทำความรู้จักกับ แต่ละบทบาทที่เราจะใช้ในการเรียนการสอนกันค่ะ

ต่อไปนี้คือบทบาทของครูในรูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่แตกต่างกัน 5 ประเภท ซึ่งแต่ละประเภทล้วนมีจุดเด่นและจุดด้อย รวมถึงความสอดคล้องกับยุคสมัยที่แตกต่างกัน ซึ่งควรที่จะพิจารณาในการนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม

การสอนที่มีคุณภาพ 

 เพราะการเรียนรู้เกิดจากการมีปฏิสัมพันธ์ขององค์ประกอบต่างๆในกระบวนการเรียนการสอน และในองค์ประกอบนี้ครู-อาจารย์ผู้สอนและพฤติกรรมการสอนที่แสดงออกมา จะเป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญในลำดับต้นๆ ที่ส่งผลต่อคุณภาพหรือความสำเร็จในการเรียนรู้ของนักศึกษา ท่านเป็นครู-อาจารย์ซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญของความสำเร็จนั้น ได้เคยตรวจสอบพฤติกรรมการสอนของตัวท่านเองบ้างหรือไม่ว่ามีคุณภาพอยู่ในระดับใด ? คุณภาพในที่นี้หมายถึงคุณภาพตามเกณฑ์ที่ผู้คนทั่วไปพอใจหรือตามที่หน่วยงานที่น่าเชื่อถือเป็นผู้กำหนดขึ้นมา ซึ่งเมื่อพิจารณาจากพฤติกรรมการเรียนการสอน แบ่งออกเป็น  5  ระดับ คือ

5 บทบาท ที่ครูควรเลือกใช้ในการเรียนการสอน

สอนตรง  หมายถึง การใช้วิธีการสอนที่ก่อให้เกิดการพัฒนาด้านสติปัญญาขั้นต้น เป็นการพัฒนาทางสมองในการเก็บรักษาเรื่องราว ข้อมูล เท็จจริง เน้นความสามารถในการจำความรู้ต่างๆ เช่น การจำกฎ หลักเกณฑ์ ทฤษฎีต่างๆ ได้ หากพิจารณาการมีส่วนร่วมของนักศึกษาในการเรียนการสอนแล้วอยู่ในระดับ 0 -20%

สอนอธิบายขยายความ   หมายถึง การสอนให้เกิดความเข้าใจในเนื้อหา ความรู้ สามารถอธิบาย แปลความหรือขยายความด้วยคำพูดของตนเองได้  การสอนระดับนี้เป็นการเน้นพัฒนาการ ความสามารถในการสื่อความหมายระหว่างตนเองกับผู้อื่น หากพิจารณาด้านการมีส่วนร่วมของนักศึกษาในการดำเนินการเรียนการสอนแล้ว อยู่ในระดับ 21-40%

สอนคิด  หมายถึง การพัฒนาความสามารถในการวิเคราะห์ แยกแยะเนื้อหาความรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่ง เป็นส่วนประกอบย่อยๆ หรือความรู้ด้านต่างๆ พร้อมทั้งสามารถเปรียบเทียบความแตกต่าง คล้ายคลึงกันของส่วนประกอบย่อยๆ หรือความรู้ด้านต่างๆ เหล่านั้นด้วย หากพิจารณาด้านการมีส่วนร่วมของนักศึกษาในการดำเนินการเรียนการสอนแล้วอยู่ในระดับ 41-60%

สอนสร้าง หมายถึง  การพัฒนาความสามารถในการบอกความสัมพันธ์เชิงเหตุผลของส่วนประกอบย่อย ๆ หรือความรู้หลาย ๆ ด้าน และสามารถนำไปอธิบายให้ข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหา หรือนำไปใช้ได้  หากพิจารณาด้านการมีส่วนร่วมของนักศึกษาในการดำเนินการเรียนการสอนแล้ว อยู่ในระดับ 61-80%

 สอนค้นพบ  หมายถึง  การพัฒนาความสามารถในการสังเคราะห์ หรือการรวมส่วนประกอบย่อย ๆ ของความรู้หลาย ๆ เรื่องให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันซึ่งเป็นการบูรณาการความรู้เพื่อสร้างสิ่งใหม่ ๆ หรือสามารถแก้ปัญหาใหม่ๆ ที่ต้องใช้ความสามารถในการคิดเป็นอย่างมาก เป็นการคิดอย่างมีวิจารณญาณและสามารถประเมินค่าสิ่งต่างๆ ได้  หากพิจารณาด้านการมีส่วนร่วมของนักศึกษาในการดำเนะเนินการเรียนการสอนแล้วอยู่ในระดับ 81-100%

5 บทบาทที่ครูผู้สอนต้องมี

1.ครูผู้สอนในฐานะผู้มีอำนาจ

เป็นลักษณะที่พบเจอได้โดยทั่วไป ตั้งแต่ยุคอดีตจวบจนถึงยุคปัจจุบันก็ยังมีพบเห็นกันได้อยู่ ซึ่งครูผู้สอนลักษณะนี้จะเป็นผู้ควบคุมชั้นเรียนแบบเบ็ดเสร็จ โดยนักเรียนเป็นเพียงผู้ถูกควบคุม และไม่มีความเท่าเทียมกับครูผู้สอน ครูผู้สอนจึงไม่ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือในการเรียนรู้ แต่เป็นเพียงผู้ป้อนความรู้ให้กับนักเรียน ซึ่งข้อดีของการจัดการเรียนการสอนที่ครูผู้สอนมีบทบาทเช่นนี้ คือการที่นักเรียนได้รับความรู้โดยตรงจากครูผู้สอน เน้นให้นักเรียนท่องจำ โดยไม่จำเป็นต้องสนใจความคิดเห็นปลีกย่อยอื่น ๆ ทำให้นักเรียนจดจำสาระความรู้ต่าง ๆ ได้อย่างดี

อย่างไรก็ตาม บทบาทของครูผู้สอนเช่นนี้ ไม่ใช่บทบาทที่เหมาะสมสำหรับรูปแบบของการศึกษาสมัยใหม่ เพราะไม่ได้สร้างให้นักเรียนเกิดกระบวนการคิด ขาดความคิดสร้างสรรค์ ไม่สามารถเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ ด้วยความห่างเหินของครูผู้สอนกับนักเรียน จึงทำให้นักเรียนขาดความมั่นใจในตัวเอง มีทัศนคติทางลบต่อการเรียน และขาดอิสระในการเรียนรู้อีกด้วย

5 บทบาท ที่ครูควรเลือกใช้ในการเรียนการสอน

2.ครูผู้สอนในฐานะผู้สาธิต

เป็นบทบาทของครูผู้สอนที่มุ่งให้นักเรียนแสดงออกทางพฤติกรรมในรูปแบบที่กำหนด ผ่านการสาธิต ซึ่งมีทั้งที่ครูผู้สอนสาธิตด้วยตัวเอง หรือใช้สื่อการเรียนการสอน เช่น คลิปวีดีโอในสื่อมัลติมีเดียต่าง ๆ เป็นเครื่องในการสาธิต ซึ่งรูปแบบนี้ยังคงเป็นลักษณะของการที่ครูผู้สอนเป็นผู้ควบคุมอยู่ แต่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนเรียนรู้จากการสังเกตและแสดงออกด้วยตัวเอง

ครูผู้สอนในฐานะผู้สาธิตนั้น เหมาะสมอย่างมากสำหรับการเรียนการสอนที่เน้นให้นักเรียนเกิดทักษะและแสดงออกด้านพฤติกรรมที่ถูกต้อง เพราะบทบาทนี้จะช่วยให้นักเรียนเรียนรู้และปฏิบัติตามขั้นตอนต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม เป็นขั้นเป็นตอน และลดข้อผิดพลาด แต่อย่างไรก็ดี บทบาทนี้มีข้อจำกัดในเรื่องของปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียนที่มีการปฏิสัมพันธ์กันค่อนข้างน้อย

3.ครูผู้สอนในฐานะผู้อำนวยความสะดวก

ครูผู้สอนในฐานะผู้อำนวยความสะดวก จะทำหน้าที่อำนวยความสะดวกในการเรียนการสอน และในขณะเดียวกันก็ดำเนินการกระตุ้นกระบวนการเรียนรู้ โดยการสร้างสภาพแวดล้อมและสนับสนุนทางจิตวิทยาให้เอื้อต่อการเรียนรู้ของนักเรียน ซึ่งเป็นรูปแบบที่อยู่บนพื้นฐานความเชื่อที่ว่า นักเรียนมีความสามารถในการในการค้นหาคำตอบผ่านการสำรวจด้วยตัวเอง โดยครูผู้สอนช่วยในการกำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์รวมไปถึงสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเป็นอิสระ เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนเรียนรู้และรู้จักแก้ปัญหา

บทบาทของครูผู้สอนในฐานะผู้อำนวยความสะดวกนี้ เป็นรูปแบบที่กำลังได้รับความนิยม และถูกยกย่องว่าเป็นรูปแบบที่เป็นผลดีต่อการศึกษายุคใหม่ เพราะเป็นบทบาทที่กระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดองค์ความรู้ด้วยตัวเอง และเพื่อให้การสอนมีประสิทธิภาพสูงสุด ควรใช้เทคนิคนี้ในกลุ่มย่อย เพราะการที่ครูผู้สอนปฏิสัมพันธ์กับนักเรียนเป็นรายบุคคลจะทำให้เขาเรียนรู้และมีความมั่นใจมากขึ้น

4.ครูผู้สอนในฐานะผู้ควบคุมสื่อ

บทบาทของครูผู้สอนในฐานะผู้ควบคุมสื่อนั้น จะเน้นรูปแบบการเรียนรู้แบบผสมผสาน โดยใช้สื่อเทคโนโลยีดิจิตอลที่ทันสมัยเข้ามาผสมผสานกับเทคนิคการเรียนการสอนแบบดั้งเดิม ซึ่งทำให้การเรียนการสอนตามปกติมีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นรูปแบบที่เหมาะสมกับการเรียนเป็นกลุ่มใหญ่ เพราะสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในการเข้าถึงนักเรียนจำนวนมากได้อย่างดี และช่วยให้นักเรียนสามารถเข้าถึงเนื้อหาหลักสูตรต่าง ๆ ในเวลาและสถานที่ที่สะดวกได้อีกด้วย

บทบาทนี้แม้จะเป็นรูปแบบที่มุ่งสู่อนาคต แต่ในทางตรงกันข้ามกลับมีข้อโต้แย้งมากมายเกี่ยวกับวิธีการเรียนรู้เพราะมองว่าวิธีนี้ส่งผลกระทบทางลบต่อนักเรียนและครู ซึ่งนักเรียนบางคนอาจไม่สามารถเข้าถึงสื่อได้ทัดเทียมกับเพื่อน ทำให้วิธีนี้เป็นอุปสรรคในการเรียนรู้ของเขา ในขณะที่ครูผู้สอนอาจจำเป็นต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อที่จะพัฒนาเนื้อหลักสูตรให้เข้ากับความต้องการของนักเรียน

5.ครูผู้สอนในฐานะตัวแทน

เป็นบทบาทที่ครูผู้สอนจะเป็นส่วนหนึ่งในทีมที่เกี่ยวข้องกับนักเรียนในกิจกรรมต่าง ๆ และคอยสังเกตการณ์ ซึ่งเหมาะสมอย่างมากกับการทำงานกลุ่ม โดยข้อดีของกลยุทธ์การสอนนี้ คือนักเรียนจะรู้สึกว่าเป็นอิสระ มีอิสระในการเลือกด้วยตัวเอง โดยไม่โดนบังคับ

แต่อย่างไรก็ดี การที่บทบาทนี้ นักเรียนจะไม่ถูกบังคับจากระบบการเรียนรู้หรือตัวครูผู้สอน แต่ในทางกลับกัน การที่นักเรียนไม่ได้ถูกบังคับนี้กลับถูกวิพากษ์วิจารณ์พอสมควร เพราะเป็นการแสดงให้เห็นว่าอิทธิผลและอำนาจของครูผู้สอนนั้นไม่สำคัญและถูกตัดทอนลง

5 บทบาท ที่ครูควรเลือกใช้ในการเรียนการสอน และทั้งหมดนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่คุณครูต้องมีไว้เป็นไม้เด็ดเพื่อที่จะมัดใจเด็กๆ อีกทั้งการที่เราจะสอนให้เด็นเข้าใจนั้น เราต้องเข้าถึงบทบาทต่างๆเพื่อสร้างบรรยากาศภายในห้องเรียนให้ดูน่าเรียนนั้นเองค่ะ เพียงเท่านี้เราก็จะเป็นจุดศูนย์กลางสำหรับเด็กอีกด้วยนะคะ

ท่าปั้นก้นให้เด้งกลม เลิกหย่อนคล้อยภายใน 1 เดือน  เชื่อว่าสาวๆหลายคนนั้น อยากมีก้นที่สวยเด้งกันใช่ไหมค่ะ แต่ก็คงไม่อยากที่จะเสียตังไปสมัครคอร์สฟิตเนส หรือจ้างเทรนด์เนอร์ราคาแพงๆ งั้นเราจะมีอีกหนึ่งข้อเสนอมาบอกสาวๆ กันค่ะ

ประโยชน์ของน้ำผักและผลไม้ เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ  การดื่มน้ำผักและผลไม้ในปัจจุบันกำลังได้รับความนิยม กันมากยิ่งขึ้น เพราะเป็นอีกหนึ่งข้อดีของการดูแลสุขภาพด้วยการใช้ธรรมชาติบำบัด ไม่ว่าจะเป็นการรักษาอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย ดังนั้น น้ำผักและผลไม้จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก อีกทั้งน้ำผักและผลไม้ยังช่วยให้ร่างกายของเราสดชื่นอีกด้วย